ลงเยอะสุดในประวัติศาสตร์ ราคาทองคำ วันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 64


ราคาทองประจำวันนี้ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ปรับลง 300 บาท เมื่อเทียบกับราคาสุดท้ายของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 25,400 บาท ขายออกอยู่ที่ 25,500 บาท ราคาทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่ 24,938.20 บาท ขายออกอยู่ที่ 26,000 บาท



เรื่องซื้อขายทอง จะว่าง่ายก็ง่าย แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะพอสมควร แล้วถ้าเราอยากได้ทองคำ และราคาที่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ หรือจะซื้อ-ขายทองครั้งต่อไป จะต้องทำอย่างไร ? วันนี้เรายกบางประเด็นมาสรุปให้ฟังสำหรับคนที่สนใจเรื่องทองคำ

1. รูปแบบของทอง หลักๆ แล้วมีทองคำอยู่ 2 แบบ คือ ทองแท่ง และทองรูปพรรณ โดยทั้งสองแบบมีทั้ง 96.5% และ 99.99% แต่โดยส่วนมากที่จำหน่ายกัน และมาตรฐานทองคำประเทศไทยจะกำหนดความบริสุทธิขั้นต่ำไว้ที่ทองคำ 96.5%

2. ราคาทอง ราคาทองคำแท่ง และราคาทองรูปพรรณ มีราคาขายออก และราคารับซื้อคืนที่ต่างกัน แม้จะน้ำหนักและความบริสุทธิ์เท่ากัน

3. ราคาทอง มีราคาขาย (หมายถึงราคาที่ร้านทองขายทองให้ลูกค้า) กับราคารับซื้อ (หมายถึงราคาที่ร้านทองจะรับซื้อทองคืนจากลูกค้า) ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันราคาฝั่งขายจะสูงกว่าราคาฝั่งรับซื้อเสมอ ราคาทองคำแท่งตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ ราคาขายจะสูงกว่าราคารับซื้อคืน 100 บาทเสมอ แต่ในการซื้อ-ขายจริง จะต่างกันประมาณบาทละ 100-400 บาทในกรณีของทองคำแท่ง หรือประมาณบาทละ 940-1,600 บาทในกรณีของทองรูปพรรณ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ จะอธิบายในลำดับต่อๆ ไป
4. เวลาไปซื้อทอง นอกจากราคาทองคำแล้ว เมื่อซื้อทองคำแท่งยังมีค่าบล็อก(หรือค่าพรีเมี่ยม) และเมื่อซื้อทองรูปพรรณยังมีค่ากำเหน็จเพิ่มด้วย ในบางพื้นที่ ทองคำแท่งขนาดแท่ง 5 บาทขึ้นไปจะไม่คิดค่าบล็อก ก็จะคิดแต่ราคาทอง
5. ราคาขายทองรูปพรรณ ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ คือ ราคาขายทองคำแท่ง + 500 บาท ซึ่ง 500 บาทคือราคาประมาณการของค่ากำเหน็จ(ค่าแปรรูปและผลิต)ทองรูปพรรณ 1 บาท แต่ในความเป็นจริง อาจแตกต่างไปจากนี้ได้ เพราะค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ 1 บาท มีตั้งแต่ 500 บาท ไปจนถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับลวดลาย ความยากง่ายในการผลิต
6. ราคาขายทองคำแท่ง ขนาดต่ำกว่าแท่ง 5 บาท มีตั้งแต่ขนาด 1 กรัม, ครึ่งสลึง, 1 สลึง, 2 สลึง จนถึงแบบ 1 บาท และ 2 บาท ราคาขายออกคือราคาทองคำแท่งฝั่งขายบวกค่าบล็อก ค่าบล็อกทองคำแท่ง 1 บาท มีตั้งแต่ 150 บาท ไปจนถึง 300 บาท ทองคำแท่งมีทั้งแบบไม่มีลวดลาย(มีแต่ตราโลโก้หรือยี่ห้อผู้ผลิต ระบุความบริสุทธิ์ และน้ำหนัก) และแบบมีลวดลายสวยงาม ซึ่งแบบมีลวดลายสวยงามก็มีค่าบล็อกสูงกว่าแบบไม่มีลวดลาย
7. ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ กับราคาที่ร้านทองรับซื้อทองจริงอาจแตกต่างกัน เนื่องจากราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ จะคิดลดจากราคารับซื้อคืนทองคำแท่งเพียง 1.8% ส่วนหลักเกณฑ์ที่ทางสคบ. กำหนดไว้และใช้ปฏิบัติกันโดยส่วนมากคือ หากเป็นทองรูปพรรณที่ลูกค้าซื้อออกจากร้านเดียวกันไป ให้คิดลดจากราคารับซื้อคืนทองคำแท่งได้สูงสุดไม่เกิน 5% แต่หากเป็นทองคำที่มาจากต่างร้านอาจคิดลดหรือหักได้มากกว่า 5% ทั้งนี้จะไม่มีการบวกค่าลายหรือค่ากำเหน็จคืนให้
8. สาเหตุที่ทองรูปพรรณโดนหักราคารับซื้อคืนเยอะ ก็เพราะว่าเวลานำทองรูปพรรณมาขายคืน พอนำทองไปชั่งบนตราชั่ง ทองรูปพรรณจะมีน้ำหนักของ “น้ำประสานทอง” ที่อยู่บนชิ้นทองนั้นด้วย ไม่ได้มีแต่ทองล้วนๆ น้ำประสานทองเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตทองรูปพรรณ ใช้ในการเชื่อมรอยต่อของส่วนประกอบเล็กๆ บนชิ้นงานทองรูปพรรณ แต่เวลาหักน้ำหนักน้ำประสานทอง จะเป็นการหักที่ “ราคา” โดยตามเกณฑ์ที่กล่าวไปแล้ว
9. ราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง ใช้ราคาทองคำแท่งฝั่งรับซื้อคืนตามประกาศของสมาคมค้าทองคำฯ โดยดูน้ำหนักทองตามที่ปรารกฎบนตราชั่ง และไม่มีการบวกค่าบล็อกคืนให้ บางพื้นที่อาจมีการคิดลดจากราคาที่ประกาศแต่ไม่มากเท่าที่คิดลดราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ
10. เงื่อนไขอื่นๆ เช่น เรื่องใบรับประกันสินค้า ต้องเก็บรักษาใบรับประกันไว้กับทอง และนำไปด้วยเวลานำทองไปขายคืน แม้จะไปร้านเดิม ก็อย่าไปคาดหวังว่าทางร้านเข้าจะจำท่าน หรือจำทองของเขาได้ แม้จะเป็นยี่ห้อของเขาเอง จะเป็นสาขาเดิม คนเดิม หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีใบรับประกันตอนซื้อมาต้องเก็บให้ดี และนำไปด้วยเวลานำทองไปขายคืนเสมอ