สาเหตุ ทองคำร่วงหนัก


เริ่มต้นปี 2564 บรรดานักวิเคราะห์ยังมองว่าราคาทองคำโลกน่าจะสดใสอีกปี จากความเสี่ยงการแพร่cv-19 แม้จะมีวั ค ซี นและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จู่ ๆ ข่าวร้ายสำหรับทองคำก็มาเยือน เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี พุ่งทะยานขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัว ทำให้มีความต้องการใช้เงินเพื่อดำเนินธุรกิจ จะกดดันให้ดอกเบี้ยในตลาดขยับขึ้น
นักลงทุนยังคาดหวังว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ มาจากปัจจัยสำคัญ คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ มูลค่ามหาศาลถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะประกาศออกมาในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ยังผลักดันให้เงินเฟ้อพุ่งทะยานขึ้นอีกด้วย
แต่ทำไมนักลงทุนเทขายทองคำออกมาอย่างหนัก เพราะจากหลักการลงทุนทั่ว ๆ ไป เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวและเงินเฟ้อสูงขึ้น ราคาทองคำก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบในทางลบ แต่ในทางตรงกันข้าม น่าจะเป็นปัจจัยบวกช่วยหนุนราคาทองคำให้ขยับขึ้น หรือ อย่างน้อยสามารถประคองตัวในระดับสูงต่อไปได้
เพราะการลงทุนทองคำ นับเป็นสินทรัพย์ที่บรรดานักลงทุนเชื่อกันมานานว่าสามารถต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดีกว่าถือเงินสด ดังนั้นหากเงินเฟ้อขยับขึ้นทีไร ก็จะกลายเป็นขาขึ้นของทองคำ
แต่แล้ว สถานการณ์ในครั้งนี้ต่างออกไป เมื่อมือทุบราคาทองคำ ปรากฏกายขึ้น นั่นคือ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี ที่พุ่งทะยานขึ้นในช่วงไม่กี่วัน แตะระดับสูงสุดในรอบปี แม้ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับในอดีต แต่นั่นเป็น สัญญาณร้าย ของราคาทองคำ
การขยับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร ก็หมายความว่านักลงทุนเทขายออกมาสำหรับพันธบัตรเก่า เพื่อรอพันธบัตรใหม่ ซึ่งจะให้ผลตอบแทนมากกว่า จึงทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับสูงขึ้น เพราะราคาพันธบัตรกับผลตอบแทนพันธบัตรจะวิ่งสวนกัน หากราคาพันธบัตรแพง เพราะมีนักลงทุนซื้อมัก ก็จะทำให้ผลตอบแทนลดลง แต่หากเทขายพันธบัตรจนราคาร่วงลง ผลตอบแทนพันธบัตรก็จะขยับเพิ่มขึ้น
การเทขายพันธบัตรอย่างหนัก ทำให้ราคาร่วงลง และผลตอบตอบแทนขยับขึ้น ซึ่งอาการแบบนี้ (ผลตอบแทนพันธบัตรขึ้น) ถือเป็นสัญญาณว่าดอกเบี้ยกำลังจะเข้าสู่ขาขึ้นในอนาคต
หากจำกันได้ เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ราวปี 2018 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทะลุ 3% ในครั้งนี้ตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะต้องขึ้นดอกเบี้ย และผลก็เป็นไปตามคาด เฟดเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยหลายครั้ง จนสร้างความปั่นป่วนในตลาดหุ้นและตลาดเงินทั่วโลก เมื่อมีการปรับพอร์ตการลงทุนกันครั้งใหญ่
หากดอกเบี้ยขยับขึ้นก็เป็น ข่าวร้าย ของทองคำอย่างแท้จริง
เพราะแค่การคาดการณ์ของตลาดว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะขยับขึ้น บรรดากองทุนก็พากันเทขายอย่างหนัก จนราคาทองคำร่วงไปแถว ๆ 1,700 ดอลลาร์ และบรรดาเทรดเดอร์ต่างคาดการณ์ว่าหากแนวโน้มเป็นเช่นนี้ต่อไป คือ ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ทองคำก็ขาลงไปด้วย และเมื่อเฟดปรับดอกเบี้ยจริง ทองคำก็ร่วงลงไปอีก เพราะนักลงทุนจะเทขายไปลงทุนสินทรัพย์อื่นที่สร้างผลตอบแทนดีกว่า
เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มี ยีลด์ สร้างผลตอบแทนได้ทางเดียวคือการขึ้น-ลงของราคา แต่นักลงทุนถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในการคงมูลค่าเงินลงทุนไว้ท่ามกลางตลาดอื่น ๆ ปั่นป่วน
แต่เฟดจะปรับดอกเบี้ยหรือไม่? ในเมื่อล่าสุดประธานเฟดบอกว่าจะยังรักษาดอกเบี้ยต่ำต่อไป เพื่อพยุงเศรษบกิจสหรัฐ แต่นั่นเป็นการพูดเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป บรรดานักวิเคราะห์เริ่มมองไปในทิศทางเดียวกันว่า เฟดไม่มีทางเลือกมากนัก ในการปรับดอกเบี้ย
ดังนั้น ทิศทางราคาทองคำในขณะนี้ ต้องจับสัญญาณจากเฟดว่าจะเอายังไง และแก้ปัญไขผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น โดยไม่ต้องขยับดอกเบี้ยได้หรือไม่?
แต่เฟดจะต้านพลังของตลาดเงินที่มีขนาดใหญ่โตขนาดนี้ได้หรือไม่ ในเมื่อตลาดคาดการณ์กันไปแล้วว่าเฟดไม่มีทางเลือกมากนัก
ในภาวะเช่นนี้ ตลาดทองคำไม่ชอบอย่างยิ่ง เพราะข่าวร้ายปกคลุมตลาดทองคำเป็นการเฉพาะ