ลูกหนี้มีเฮ ครม.เห็นชอบ แก้กฏหมาย ลดดอกเบี้ย


วันที่ 9 มี.ค.64 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เนื่องจากกฏหมายฉบับดังกล่าว ใช้บังคับมาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี พ.ศ.2468 ซึ่งไม่ทันสมัย ไม่ทันต่อสถานการณ์ เนื่องจาก อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ในมาตรา 7 และ มาตรา 224 ไม่สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในเศรษฐกิจปัจจุบัน
จากความล้าสมัยของอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ 7.5% ต่อปีนี้ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ อาทิ ลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อนจากภาระดอกเบี้ยที่สูงเกินควร, เจ้าหนี้บางรายอาศัยความไม่ชัดเจน กำหนดให้ลูกหนี้เมื่อผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ต้องจ่ายดอกเบี้ยบนเงินต้นทั้งหมด, สร้างความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม และมีผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยภาพรวม
ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยลดภาระของลูกหนี้จากการชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินควร และปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย มีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย ประกอบด้วย 1.อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้กำหนดไว้ก่อนหรือไม่ได้มีกฎหมายกำหนด (แก้ไข มาตรา 7) โดยปรับลดจากอัตรา 7.5% ต่อปี เป็นอัตรา 3% ต่อปี ซึ่งกระทรวงการคลัง จะทบทวนทุก 3 ปี ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
2.อัตราดอกเบี้ยผิดนัด (แก้ไข มาตรา 224) โดยปรับลดจาก 7.5% ต่อปี เป็นอัตรา 5% ต่อปี ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงนี้ เป็นอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 3% ต่อปี บวกด้วยอัตราเพิ่ม 2% ต่อปี 3.กำหนดฐานการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใดงวดหนึ่ง เจ้าหนี้คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดได้ เฉพาะจากเงินต้นของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วเท่านั้น จากเดิมที่มาตรา 224/1 ไม่ได้กำหนดไว้ ส่งผลให้เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่ค้างอยู่ทั้งหมด
ในช่วงการดำเนินการที่ผ่านมา สคก. ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายนี้ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.เว็บไซต์ของ สคก. (www.krisdika.go.th) 2.แบบสอบถาม (Google Forms) ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 3.เว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย Alpha Version (www.lawtest.go.th) และธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบร่างกฎหมายแล้ว
น.ส.รัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งในขั้นตอนต่อไป จะประสานงานทางสภาผู้แทนราษฎรโดยเร่งด่วน เพื่อรับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว จะเป็นโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้ลูกหนี้ได้รับความเป็นธรรมในการจ่ายดอกเบี้ย ป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้วิธีประวิงการฟ้องคดี เพื่อเรียกดอกเบี้ยตามกฎหมายที่สูงเกินควร และป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องแบกภาระดอกเบี้ยในหนี้ที่ยังไม่ได้ผิดนัด